Kerkhofstraat

One of my secondary schools has this course that is supposed to teach the students about ‘life’. One day just before All Saints’ Day, our teacher takes the class of eight teenagers to the town cemetery not hundreds metres away from the school on Kerkhofstraat.

I’d wager anybody can tell I’m, at the very least, morbid. I have been to too many cemeteries to count, walked thousands of steps, seen hundreds of names and empty graves, strolling on dozens of soils.

But I can tell you, there is no place like this one.

There is a pavilion right at the entrance for meditation, in front of it is a field of grass, grew on scattered ashes. A little further inward, smaller graves protrude the earth, with toys sitting among the tombstones.
Their parents want them to have companies even in death.
My classmate cries for them. Two days lived. Three years lived. Eight years lived. The names, faces, ages forgotten to me now that years have passed. I don’t even remember the girl’s name, but her weeping face is still vivid.
I don’t get it. Why does she have to cry? She doesn’t know any of them personally.

Flash back a few months before that.

I have just moved here and barely know my way anywhere.

Then this boy, out of nowhere, invites me to go out, to the cemetery.
We walk, and talk, and I take pictures.

He does know how to laugh at the people looking at us funny. Of course we had to be satanists, all black-clad, there to mock the dead and curse the living.

I don’t dare laugh. I hate my face when I laugh. I just smile.

“When I die,” he tells me, “I want one of these angels on my tombstone. No crosses. Just angels, looking out for people who come to visit me. I mean, I won’t be here, I will be way away. At least something with a face and will warm them up.”

We have all these festivals from the olden days for a reason; from Samhainn, Dia de Muertos, to Allhallowtide.

The darker days begin, livestock slaughtered for winter, when the veil between the worlds thins and the dead live again in the memories of the living. When the departed are celebrated and honoured. When someone miss people they don’t know. When people start coming together for warmth. When the dead affect the living world. When we can feel people from ‘way away’ look out for us.

This place is only unlike any other because of the memories I make of it. One day, it will fade, and it will become like any other cemeteries. But at least, you know of this place now, even though I didn’t give you the name. Therefore, it will remain special. See what I mean?

 

Happy winter everyone.

 

———————————————————————

ตอนฉันเรียนอยู่มัธยม โรงเรียนมัธยมโรงเรียนนึงมีวิชาที่ภาษาไทยอาจเรียกว่า ส.ป.ช.
วันก่อนวันหยุดออลเซนต์สเดย์ อาจารย์ประจำวิชาพาทั้งคลาสซึ่งมีกันอยู่แค่แปดคนไปที่สุสานประจำเมือง ห่างจากโรงเรียนไม่กี่สิบเมตร บนถนน Kerkhofstraat (ถนนป่าช้า)

พนันได้เลยว่าใครๆ ก็รู้ว่าฉัน –อย่างน้อยๆ ที่สุด — ชอบเรื่องหดหู่ พอถึงอายุสิบหก ฉันก็เคยไปสุสานมามากที่เกินจะนับ เดินนับพันก้าว พบผ่านชื่อและหลุมว่างเปล่านับร้อย เหยียบผืนดินต่างกันนับสิบ

แต่ฉันบอกได้ว่าที่นี่ไม่เหมือนกับที่อื่น

ตรงผ่านทางเข้าไปมีศาลาสำหรับนั่งสมาธิ เบื้องหน้าของมันเป็นเขียวขจี ต้นหญ้าเติบโตอยู่บนอัฐิที่ถูกโปรยปรายไว้บนดิน ลึกเข้าไปกว่านั้น แผ่นศิลาเล็กๆ มากมายทะลุผ่านพื้นดินขึ้นมา เหล่าของเล่นนั่งอยู่ท่ามกลางหลุมศพ

พ่อแม่ของเด็กๆ พวกนี้ยังคงอยากให้มีเพื่อนเล่น

เพื่อนร่วมห้องของฉันร้องไห้ให้พวกเขา เด็กอายุสองวัน สามปี แปดปี นาม ใบหน้า และอายุลืมเลือนไปจากฉันหลังผ่านไปหลายปี ฉันจำชื่อผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเธอยังคงแจ่มชัด

ฉันไม่เข้าใจ ทำไมต้องร้องไห้? เธอไม่ได้รู้จักกับเด็กๆ พวกนี้เป็นการส่วนตัวนี่

ย้อนกลับไปหลายเดือนก่อนหน้า

ฉันเพิ่งย้ายมา ไม่รู้เหนือรู้ใต้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนทั้งนั้น

แต่แล้วพ่อหนุ่มคนนี้ จู่ๆ ก็ชวนออกไปเดินเล่น ในสุสาน

เราเดินเล่น เราคุยเล่น ฉันถ่ายรูปเล่น

เขาดูจะรู้วิธีหัวเราะใส่หน้าคนที่มองเราแปลกๆ แหงล่ะ เราต้องเป็นพวกบูชาซาตานแน่ ก็เล่นแต่งดำทั้งตัว มาเพื่อล้อเลียนคนตายและสาปส่งคนเป็น

ฉันไม่กล้าหัวเราะ ฉันเกลียดหน้าตัวเองตอนหัวเราะ ได้แต่ยิ้ม

“ตอนฉันตาย” เขาบอกฉัน “ฉันอยากได้รูปปั้นเทวทูตไว้บนหน้าหลุม ไม่เอาไม้กางเขน แค่นางฟ้า คอยมองดูแลคนที่มาเยี่ยม ไหนๆ ฉันก็คงไม่อยู่แล้ว เอาอะไรที่มันมีหน้ามีตาหน่อย จะได้รู้สึกอุ่นใจขึ้น”

เรามีเหตุผลที่มีเทศกาลพวกนี้มาแต่โบราณ นับแต่เทศกาลซอว์อิน เทศกาลวันแห่งคนตาย จนถึงคืนออลฮอลโลวส์ วันออลเซนต์ วันออลโซลส์
เป็นช่วงที่วันคืนเริ่มมืดลง ปศุสัตว์ถูกเชือดเก็บไว้สำหรับฤดูหนาวอันยาวนาน ผืนผ้ากั้นระหว่างสองโลกเบาบางและคนตายเริ่มมีชีวิตอีกครั้งในความทรงจำของคนเป็น วันที่คนที่จากไปได้รับการเฉลิมฉลองเกริกเกียรติ เวลาที่เราคิดถึงคนที่เราไม่เคยพบ เวลาที่คนมารวมกันเพื่อความอบอุ่นและน้ำจิตน้ำใจ คนตายสัมผัสโลกของคนเป็น เวลาที่ผู้คนจากโลกหน้ามองดูเรา

ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นเพราะว่าความทรงจำของฉันทำให้มันพิเศษ วันหนึ่ง ความทรงจำนั้นจะหายไปพร้อมฉัน และมันจะกลายเป็นเช่นสุสานแห่งอื่น แต่อย่างน้อย คุณก็ได้รู้เรื่องที่แห่งนี้แล้วแม้ฉันจะไม่ได้บอกชื่อ ที่นี่จึงจะยังคงมีความพิเศษของมันอยู่ต่อไป

สุขสันต์วันเข้าฤดูหนาวค่ะ

——————————————————————–

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s